Category: รีวิวเครื่องเสียง

Yamaha review

เครื่องเสียง yamaha ความคมชัดของเสียง ราคาจับต้องได้

เครื่องเสียงปัจจุบันนี้กลายเป็นเครื่องอำนวยความสะดวก และสร้างความสุขอีกเครื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้าน เพราะมันจะช่วยให้เอนเตอร์เทนในบ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ ดูหนัง ฟังเพลง จะได้อรรถรสมากขึ้น ตอนนี้ตลาดเครื่องเสียงมีมากมายหลายยี่ห้อ หนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ ยามาฮ่า แบรนด์ที่ได้รับความนิยมด้านนี้มานาน นอกจากเครื่องดนตรีเค้าก็เด่นเรื่องนี้ด้วย

เครื่องเสียง Yamaha ดียังไง

สำหรับเครื่องเสียงของ ยามาฮ่า นั้นเราขอแบ่งออกเป็นสองเรื่องตามลักษณะการใช้งาน หากเรานำเครื่องเสียงนี่มาฟังเพลงนี่บอกเลยว่าแจ่มมาก เสียงเบส เสียงแหลม เสียงคนร้องทำออกมาดีมาก ฟังได้เพลินเลยทีเดียว ยิ่งเป็นเพลงแจ๊ส หรือ เพลงออเครสตราแบบเต็มวงนี้ สุนทรียภาพทางดนตรีของแท้เลย (ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับไฟล์เพลงต้นฉบับด้วยนะถ้าไฟล์ไม่ดี หรือ เก่ามากยังไงเครื่องเสียงก็ยกระดับเพลงได้ไม่สุด) สองแต่หากเราเอาไปดูหนัง ดูละคร ดูซีรีย์ ต้องบอกว่าเครื่องเสียงยามาฮ่า อาจจะไม่ว้าวเท่าไร แต่ก็ทำออกมาได้ดีนะ ฟังสบายหูทีเดียวแหละ อันนี้ก็ต้องชั่งใจกันดู

ฟังก์ชั่น ไม่แตกต่างกัน

ด้านฟังก์ชั่นการทำงาน เครื่องเสียง Yamaha นี่ก็อยู่ในระดับโอเคนะ ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ทั่วไปมีครบหมดตอบสนองยุคปัจจุบัน (อันนี้หมายถึงเครื่องเสียงตัวใหม่ที่ออกมานะ) ไม่ว่าจะเป็นระบบการฟังเพลงผ่านไวไฟ ระบบการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือ ระบบเสียง Atmos ของแบบนี้มีหมด อาจจะมีบ้างที่มีฟังก์ชั่นพิเศษแตกต่างออกไปจากแบรนด์อื่น แต่มันอาจจะได้ใช้ในกรณีที่เรามีความรู้เฉพาะทางด้านเสียงจริงๆ หากเป็นมือสมัครเล่นก็อาจจะไม่ได้สนใจเท่าไร

บุคลิกของเสียง

สิ่งที่ทำให้เราเลือกเครื่องเสียงจาก Yamaha นอกจากดีไซน์งานที่ออกมาสวยงามน่าใช้ บุคลิกภาพของเสียงก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเหมือนกัน เพราะเสียงจาก Yamaha นั้นให้เสียงแตกต่างจากแบรนด์อื่นพอสมควร เสียงของยามาฮาเองเค้ามีจุดเด่นเรื่องซาวด์เอฟเฟกต์ที่ทำออกมาได้ดีมาก เสียงดูฟิ้วฟ้าว เร้าใจดี ด้านเสียงเบสของเค้าดีจริง เบสแน่นมาก เสียงดังตุบ ตุบ ตุบ ตามจังหวะเพลงกันเลยทีเดียว ส่วนเสียงแหลมก็พอได้ อาจจะมีแกว่งบ้างบางจังหวะ ส่วนเสียงร้องก็เด่นมาก สมกับเป็นเครื่องเสียงที่มีความถนัดด้านเครื่องดนตรีด้วย

เอาเป็นว่าเครื่องเสียง ยามาฮ่า เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่เราคุ้นเคยกับเค้าดีมากมาตั้งแต่เป็นเครื่องดนตรีแล้ว ดังนั้นหากคิดจะซื้อเครื่องเสียงสักชุด อยากให้ลองฟังเครื่องเสียงแบรนด์นี้ก่อน น่าจะ

Bose 500 Home

เครื่องเสียงขั้นเทพคุณภาพเสียงระดับโลก Bose : Home Speaker 500

ในปัจจุบันนี้ Smart speaker เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีเพิ่มขึ้นมากขึ้น ในท้องตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยคุณสมบัติของมันเป็นมากกว่าลำโพงทั่วๆ ไป โดยมันได้รวมรวมเอาเทคโนโลยี Voice assistant เข้าไปอยู่ในตัวลำโพงด้วย และหนึ่งในแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลก ก็ได้หันมาพัฒนา Smart speaker ด้วยและแบรนด์นั้นก็คือ Bose จากประเทศสหรัฐอเมริกา

Smart speaker จาก Bose : Home Speaker 500

ในปี 2019, Bose ได้เผยโฉมลำโพงอัจฉริยะรุ่น Home Speaker 500 ออกมาอย่างเต็มรูปแบบ ลำโพงรุ่นนี้ คือ ลำโพงอีกกลุ่มที่ Bose ได้ขยับขยายเพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มสินค้าประเภทเดิม ด้วยความที่เป็น Smart speaker ทางผู้ผลิตจึงนำเสนอโดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียง ไม่น้อยไปกว่าคุณสมบัติในด้านอื่นๆ เลย

โดยมีการออกแบบให้ Home Speaker 500 สามารถออกเสียง Stereo แบบแยกซ้าย-ขวาได้ด้วยการบรรจุ Full range driver ด้วยดีไซน์แบบ Custom driver 2 ตัว ยิงเสียงออกไปยังด้านข้าง ด้วยการให้มวลคลื่นเสียงออกไปสะท้อนผนังห้องด้วยเทคโนโลยี Wall-to-wall stereo sound อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bose

โดย Bose ยังออกมากล่าวว่าลำโพงรุ่นนี้เป็น Smart speaker ให้เวทีเสียงได้กว้างมาก จากลำโพงเล็กๆ เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นกล่าวอีกว่า ตัวลำโพงยังสามารถเสียงกระจายออกไปรอบทิศทางแบบ 360 องศา

นอกจากส่วนที่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา ยังมีส่วนที่รับเสียงเข้าไปได้ จากการใช้ไมโครโฟนทั้ง 8 ตัวซึ่งวางเรียงรายอยู่บริเวณด้านบนรอบตัวเครื่อง สามารถรับคำสั่งเสียงของผู้ใช้งาน ได้จากทุกทิศทางเพื่อใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี Amazon Alexa โดยในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน Platform Voice assistant หรือออกคำสั่งด้วยเสียง ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้น อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ iOT และอุปกรณ์ Smart home จำนวนมากมายที่รองรับการใช้งาน Bose : Home Speaker 500

และลำโพงรุ่นนี้ยังสามารถควบคุมคำสั่งงาน ได้จากปุ่มสัมผัสที่อยู่ด้านบนตัวลำโพงได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด,การใช้งาน, เลือกปิดการทำงานของไมโครโฟน, การเลือก Input AUX พร้อมปุ่มฟังก์ชัน Bluetooth, สั่งเล่นหรือหยุดเพลง เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถสั่งข้ามเพลงไปข้างหน้าหรือย้อนหลัง ด้วยการกดติดต่อกัน 2 หรือ 3 ครั้ง อีกทั้งยังมีปุ่มตั้งค่า Preset เพลงต้องการฟัง ซึ่งจุดนี้ได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ลำโพงยุคใหม่ของ Bose ไปแล้ว สรุปแล้ว Home Speaker 500 มีความ Premium เหนือ Smart speaker อื่นๆ หลายต่อหลายตัวเลยทีเดียว โดยมีความ Premium ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงดีไซน์ตัวลำโพงรวมถึงวัสดุที่เลือกใช้ นับว่าเป็นลำโพงที่น่าใช้ไม่ว่าจะสำหรับนักฟังเพลง หรือแม้แต่นักสั่งของออนไลน์

Introduce speakers SKG

ลำโพง skg สุดยอดลำโพงตั้งพื้นแห่งยุค

บริษัท SKG Electric Group (ประเทศไทย) จำกัด หรือหลายๆ คนรู้จักกันดีในชื่อ ‘SKG’ เป็นผู้ดำเนินกิจการด้านนำเข้าพร้อมทั้งจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิด เช่น โทรศัพท์มือถือ, TV, ลำโพง, VCD, DVD, เตารีด, เตาแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก หากแต่ SKG มีชื่อเสียงในเรื่องของลำโพงมากที่สุด

ลำโพง SKG เป็นหนึ่งในเรื่องลำโพงตั้งพื้น

สำหรับผู้ที่รักเสียงเพลง ‘ลำโพง’ ก็จัดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ในการมอบความบันเทิงให้แก่ชีวิตในแต่ล่ะวัน บางครั้งคุณอาจผิดหวังกับลำโพงที่มีราคาสูง แต่ให้เสียงตามคาดหวังไว้ไม่ได้ หรือ พังง่าย เพราะความเป็นจริงแล้ว ‘ราคา’ อาจไม่ได้ตอบรับกับคุณภาพเสมอไป หากแต่ลำโพงของ SKG นั้นมีมากมายหลายตัว ในแต่ล่ะตัวก็มีเอกลักษณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน และเรื่องที่หลายๆ คนปลาบปลื้มมากที่สุด ก็คือ มีราคาเหมาะสมกับคุณภาพ

แนะนำลำโพงตั้งพื้น SKG ที่มีคุณภาพดี

SKG ลำโพงตั้งพื้น 10นิ้ว 6000W รุ่น AV-7011 PA-2 สีดำ

ลำโพงของ SKG ที่มีขนาดใหญ่ ถึง 10 นิ้วด้วยกัน มาพร้อมกำลังเสียงดี แลเสียงไม่แตก ลำโพงดังกระหึ่มดังลั่นไปทั้งซอย ถ้าคุณเปิดจนสุด สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ได้ จึงไม่จำเป็นต้องต่อสายให้เกะกะ อีกทั้งยังมีช่องเสียบ USB สามารถเล่นเพลง MP3 ยังมีช่องเสียบไมค์จำนวน 2 ช่อง ไม่ว่าคุณจะนำไปตั้งเล่นเพลงบ้านหรือที่กลางแจ้ง ก็มีความแข็งแรงทนทาน รับประกันยาวนานถึง 1 ปี !!

คุณสมบัติพิเศษของลำโพงตั้งพื้น SKG 10นิ้ว 6000W รุ่น AV-7011 PA-2 สีดำ

  • เชื่อมต่อ Bluetooth ได้
  • Woofer : 10″ x2
  • TREBLE : 4″ x2
  • POWER OUTPUT : 20W x2
  • FREQUENCY RESPONSE: 40Hz-20KHz
  • SENSITIVITY: 80 dB
  • กำลังขับ : 6,000 W (P.M.P.O)

ราคา 1,990 บาท

SKG ลำโพงตั้งพื้น 10 นิ้ว 8000W รุ่น AV-7018 PA BT สีดำ

มาพร้อมกับความเสียงกระหึ่มสะใจ สำหรับคนที่ชื่นชอบชมภาพยนตร์ขอบอกเลยว่าเสียงดีมาก และสำหรับคนที่ซ้อมาซ้อมเต้น SKG ลำโพงตั้งพื้น 10 นิ้ว 8000W รุ่น AV-7018 PA BT สีดำ ให้เสียงและจังหวะดีมากเช่นเดียวกัน เบสแน่น ตึ๊บสั่นสะเทือนไปถึงบ้านหลายหลังที่อยู่ติดกัน สำหรับรุ่นนี้มีจุดเด่น คือ ถ้าคุณนำมาต่อกับกล่อง TV, Smart Phone หรือ กล่อง Android ต่างๆ เจ้าลำโพง 10 นิ้วตัวนี้สามารถเพิ่มความดังกับความไพเพราะเพราะพริ้งได้อย่างไม่ผิดหวังแน่นอน

  • มีกำลังขยายถึง 8000 w x2 (P.M.P.O)
  • WOOFER : 10 นิ้ว x 2
  • MIDDLE : 8 นิ้ว
  • สามารถปรับเป็นเสียง ECHO ได้
  • รองรับ FM, USB, SD, MMC Card
  • ช่องเสียบไมค์ 2 ช่อง
  • เชื่อมต่อ Bluetooth ได้
  • มาพร้อมยางหุ้มมุมลำโพง เพื่อป้องกันแรงกระแทก อย่างดีทั้งหมด 8 มุม
  • รับประกันยาวนานถึง 1 ปี !!

ราคา 3,990 บาท

Aconatic AN-SP560 Review

ลำโพง Aconatic AN-SP560 ที่สุดแห่งความคุ้มค่า

Aconatic คือ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย จำหน่ายทั้งเครื่องเสียง, Home Therter, LCD TV, เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น DVD พกพาได้, เครื่องเล่นเพลงMP 3 Aconatic คือ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่จัดจำหน่ายโดย บริษัท HIFI Orient Thai Public Co.,ltd ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 มีกลุ่มลูกค้า คือ ผู้บริโภคระดับกลางและระดับสูง ที่พร้อมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน จากระยะเวลาอันยาวนาน ลูกค้าทุกคนจึงมั่นใจได้ว่า Aconatic คือ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

Aconatic AN-SP560 มาพร้อมระบบเสียง 2.1 Ch ซึ่งประกอบด้วย ลำโพงคู่หน้า, Subwoofer โดยไฟ LED สามารถเปลี่ยนสีสันได้ ช่วยเติมเต็มทุกอารมณ์สนุก ขนาดของดอกลำโพงคู่หน้า 2 นิ้ว, Subwoofer 8 นิ้ว มาพร้อมกำลังขับลำโพงคู่หน้าข้างละ 17.5 วัตต์, Subwoofer 35 วัตต์ สามารถรับสัญญาณวิทยุ FM ได้ และจดจำสถานีโปรด ได้ถึง 100 สถานี อีกทั้งยังรองรับไฟล์เพลง MP3, WMA ผ่านการเชื่อมต่อ USB นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อไร้สาย ได้กับอุปกรณ์อื่นๆ ในระยะ 10 เมตรอีกด้วย Bluetooth 4.0 ตัวสินค้ารับประกัน 1 ปี

คุณสมบัติอันโดดเด่นของ ลำโพง Aconatic AN-SP560

  • ระบบเสียง 2.1 Ch มาพร้อมลำโพงคู่หน้า และ Subwoofer
  • ขนาดดอกลำโพงคู่หน้า 2 นิ้ว, Subwoofer 8 นิ้ว
  • กำลังขับลำโพงคู่หน้า 17.5 วัตต์, Subwoofer 35 วัตต์
  • กำลังขับทั้งหมด 70 วัตต์
  • รองรับสัญญาณวิทยุ FM อย่างชัดแจ๋ว จดจำได้ถึง 100 สถานี
  • รองรับการเล่นไฟล์ประเภท MP3 และ WMA ผ่าน USB
  • เชื่อมต่อไร้สายกวยใจ ร่วมกับอุปกรณ์มากมายหลายชนิด ในระยะ 10 เมตร Bluetooth เวอร์ชั่น 4.0
  • ลำโพง Soundbar สามารถนำมาติดตั้งไว้ใต้ TV ได้อย่างลงตัว
  • สินค้ารับประกันยาวนานถึง 1 ปี !!
  • มีขนาด 35.8 x 38 x 6 เซนติเมตร
  • หนัก 6.5 กิโลกรัม

Aconatic เปิดตัวลำโพงสุดกระหึ่ม รุ่น AN-SP560 (BT) ที่มาพร้อมกำลังขับ 70 วัตต์ คุณจะได้สนุกสนาน ไปกับเสียงดนตรีคมชัด อันเต็มเปี่ยมล้นไปด้วยคุณภาพ ซึ่งมาพร้อมระบบเสียง 2.1 CH คุณจะได้สนุกสนานไปกับการฟังเพลงอย่างไร้ขีดจำกัด Aconatic AN-SP560 รองรับ หน้าจอ LED, สัญญาณ FM, USB, BLUTOOTH มาพร้อมดีไซน์สวยมีสไตล์แบบ TOWER, Aconatic AN-SP560 พร้อมมอบคุณภาพเสียงอันน่าหลงใหล โดยสิ่งที่คุณจะได้ คือ ระบบเสียงที่หลายๆ คนกำลังมองหา โดยคุณสามารถใช้ Aconatic AN-SP560 เป็นลำโพงในงานดนตรีได้อย่างเต็มอารมณ์ ในขณะวัสดุซึ่งนำมาใช้ทำลำโพงนั้น คัดเลือกมาจากวัสดุคุณภาพดี มีความแข็งแรงรวมทั้งมีความทนทานในระดับสูง ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับทุกความบันเทิงได้อย่างง่ายๆ Aconatic AN-SP560 ถือกำเนิดมาเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้ชื่นชอบความบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ หรือฟังเพลง

ราคาเปิดตัว 3,490 บาท

Bluetooth headphones

แนะนำ 5 หูฟัง bluetooth ออกกําลังกาย

‘การออกกำลังกาย’ จัดเป็นอีกหนึ่ง Life Style ของคนรุ่นใหม่ ที่รักและใส่ใจในสุขภาพ โดยจัดเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน อีกทั้งยังทำให้ร่างกายแข็งแรง สมองได้หลังสารแห่งความสุขออกมา และการออกกำลังกายจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นไปอีก ถ้าได้ทำควบคู่ไปกับเสียงเพลง สำหรับในวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ 5 หูฟัง Bluetooth ที่เหมาะกับการออกกําลังกายได้เป็นอย่างดี

แนะนำ 5 หูฟัง Bluetooth ถูกสร้างมาเพื่อคนรักออกกําลังกาย

  1. Jaybird RUN

หูฟังแบบ IEM ซึ่งมาพร้อมกับ Truly Wireless ซึ่งสามารถเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth 4.1 โดยรูปร่างดีไซน์ของ Jaybird RUN มีขนาดเล็ก กำลังพอดีรูหู, มีความทันสมัย อีกทั้งยังมี Wingtip ที่ทำให้คุณใส่ได้กระชับดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใส่ออกกำลังกายได้อย่างหายห่วง

โดยจะมีปุ่มควบคุมการทำงานอยู่ทั้ง 2 ข้าง เป็นตัวที่ปรับฟังก์ชั่นเล่น-หยุด, เพิ่ม-ลดเสียง อีกทั้งยังมีความพิเศษอย่างสุดๆ คือ คุณสามารถเรียกใช้ Google Assistant (Android) หรือ Siri (Apples) ได้โดยปรับใน Application ของ Jaybird แน่นอนว่ารองรับได้ทั้ง iOS และ Android มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Li-ion polymer สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานสูงสุด 4 ชั่วโมง

  1. Bose Soundsport Wireless

มีความโดดเด่น คือ ดีไซน์สวยสะดุดตา มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย เสริมทัพด้วย Ear Hook ซึ่งช่วยป้องกันการหลุดร่วงขณะออกกำลังกายอย่างรุนแรง มีสีสันให้เลือกมากถึง 4 สี ได้แก่ ขาว, ดำ, ฟ้า และเหลือง

Soundsport Wireless ตัวนี้ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth อีกทั้งยังเชื่อมต่อรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น ด้วยระบบ NFC นอกจากนี้ Bose มาพร้อมกับเทคโนโลยี Tangle-Free ซึ่งจะทำให้สายหูฟังไม่พันกันเวลาที่คุณหยิบอีกด้วย

  1. JBL Under Armour

มีความสามารถรองรับต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายได้เป็นอย่างดี เน้นการสวมใส่ที่มีความกระชับคล่องตัว มีจุกแบบ Twist lock ป้องกันการหลุดได้เป็นอย่างดี มีการออกแบบทรง Sport เหมาะกับผู้รักการออกกำลังกาย ข้อดีอีกประการ คือ มีสีให้เลือกอย่างหลายหลาย ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบามากๆ มีไมค์เพื่อใช้ในการพูดคุยในการรับสายเข้า โทรออก นอกจากนี้ยังปุ่มที่เพิ่มความสะดวกสบายมากมาย การใช้งานยาวนาน 8 ชม.

  1. i.Tech MusicBand 6300

แบรนด์ i.Tech เป็นแบรนด์ที่พึ่งเข้ามาในประเทศไทย หากแต่ในเรื่องของคุณภาพเทียบเท่าได้กับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ที่เข้ามานานแล้ว รูปร่างและหน้าตา ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะแก่การออกกำลังกาย นอกจากจะคล้องคอได้แล้ว ก็ยังมีปีกบานออกมา เพื่อป้องกันการหลุดหล่นอีกด้วย

  1. Jaybird Freedom 2 Wireless

หูฟังจากค่าย Jaybird อีกคู่หนึ่งที่มาพร้อมประสิทธิภาพอันดีเยี่ยม ดีไซน์มีหน้าตาใกล้เคียงกับรุ่นแรก อีกทั้งยังมีสีให้เลือกกันมากถึง 3 สี โดยเอกลักษณ์ที่แตกต่างของรุ่นนี้ ก็คือ ‘จุกหูฟัง’ โดยใช้จุกเพียงแค่ชิ้นเดียวจากเดิม ทำให้สวมใส่ได้ง่ายขึ้น โดยใส่ได้ 2 แบบ คือ แบบปกติ กับแบบคล้องใบหู

Fishing with the most people

บ่อตกปลาที่มีคนนิยมมากจนต้องไปให้ได้

หากจะหาที่เที่ยวชิลล์ๆ ไปพร้อมกับครอบครัวหรือเพื่อนรู้ใจไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน น่าจะเป็นสถานที่ธรรมชาติ บรรยากาศดีๆ ดื่มด่ำไปกับอากาศบริสุทธิ์และต้องอิ่มท้องไปด้วย แนะนำบ่อตกปลาที่ไม่ได้มีแค่บ่อตกปลาให้คุณผู้ชายแต่เป็นมากกว่าบ่อตกปลาให้กับคุณผู้หญิงรวมถึงเด็กๆ ก็พักผ่อนหย่อนใจได้เต็มที่

บ่อตกปลาที่มีคนไปมากสุด

เริ่มต้นด้วย บ่อตกปลานัดพบ ฟิชชิ่งปาร์ค & สวนอาหาร บ่อตกปลาในกรุงเทพ สถานที่ขนาดใหญ่ให้ตกปลาแบบสนุก มีทั้งปลากด ปลากระโห้ ปลาบู่ ปลาบึก ปลาแรด มีสวนอาหารสำหรับครอบครัว บอกเลยว่าอร่อยทุกเมนู นอนค้างคืนได้ ตื่นมารับบรรยากาศบริสุทธิ์ข้างบ่อตกปลาได้เลย ค่าบริการ ค่าเข้าเบ็ดคันละ 120 บาทต่อ 1 วัน อยู่แถวซอยราษฏร์อุทิศ 60

มงคลฟิชชิ่งปาร์ค บ่อตกปลากะพง เป็นบ่อปลาขนาดใหญ่ มีต้นไม้ให้ร่มเงา บรรยากาศร่มรื่น ถูกใจสำหรับคนที่ชื่นชอบปลากะพง ปลานิล ปลากดคัง ที่ต้องอึ้งกับปลาไซส์ยักษ์ ค่าบริการครั้งละ 200 บาท ก่อนกลับต้องชั่งปลาตามน้ำหนัก ปลากะพง 180 บาท ปลานิล 60 บาท ปลากดคัง 210 บาท หรือจะใช้บริการตกปลาบ่อพิเศษ ใช้บริการแบบเหมากรุ๊ป 10 คน ครั้งละ 1,000 บาท หากหิวยังมีร้านอาหารริมสระ รสชาติอร่อยไว้คอยให้บริการด้วย อยู่แถวอำเภอบางปะกง

บ่อตกปลาเอามันส์ ฟิชชิ่งปาร์ค บ่อตกปลาที่ไม่เหมือนใคร ตกครั้งเดียวได้รับทั้งปลาและเงินรางวัล เพราะนี้คือบ่อตกปลาที่แข่งขันโดยใครตกได้ 3 ชนิด เช่น ปลาสวายไซส์เอก ปลาสวายน้ำหนักสูงสุด ปลาบึกน้ำหนักสูงสุด ผู้ชนะเลิศรับเงินรางวัลที่มีมูลค่าสูงสุดถึง 30,000 บาท ไม่เพียงนั้นถ้าตกปลาได้น้ำหนักเลขงามอย่าง 4.44 กก. 5.55 กก. และ 6.66 กก. ก็รับรางวัลสูงสุดถึง 20,000 บาท โดยค่าสมัครจะต่างกันในแต่ละวัน วันอังคาร 500 บาท วันพฤหัสบดี 700 บาท วันเสาร์ 600 บาท วันอาทิตย์ 500 บาท อยู่แถว 3 แยกไฟแดง เยื้อง สภ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ

ปิดท้ายกันด้วย บ่อตกปลาศรีราชา เจเอ็มฟิชชิ่ง ที่นี่รวบรวมสายพันธุ์ปลาสารพัดซึ่งนักตกปลาต้องชื่นชอบ เพราะปลาตัวใหญ่ บรรยากาศเย็นสบาย ตกปลาเสร็จแล้วยื่นให้ร้านอาหารทำเมนูปลาเสิร์ฟถึงโต๊ะได้อีกด้วย เพลินเพลิดไปกับเสียงเพลง หรือคาราโอเกะในร้านอาหาร ให้ลูกค้าอิ่มท้องและอิ่มใจได้ในหนึ่งวัน ค่าบริการตกปลา 30บาท / 1คันเบ็ด ปลาชั่งออก 65 บาท / kg บ่อแห่งนี้อยู่ที่ หนองแขวะ (799.87 km) อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี

บ่อตกปลา สวรรค์ของนักตกปลา หากอยากจะพักผ่อนในวันหยุดต้องไม่พลาดกับ 4 สถานที่ที่คุณและครอบครัวต้องประทับใจ

Bluetooth put on the helmet

Bluetooth ใส่ไปในหมวกกันน็อคได้ง่ายในราคาที่ไม่แพงคุณภาพดี

ปัญหาของนักบิดมอเตอร์ไซค์ 2 ล้อ ที่เป็นอุปสรรคในการขับขี่ยานพาหนะคงเป็นการรับสายโทรศัพท์เมื่อมีคนโทรเข้าแล้วต้องจอดรถข้างทาง ถอดหมวกกันน็อคแล้วรับสายใช่ไหม? หรือบางคนก็เสียบหูฟังไว้กับตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือใส่หูฟังไปตลอดเส้นทางบนถนน ดูแล้วค่อนข้างอันตรายมากทีเดียว เพราะกลัวสายหูฟังจะเกี่ยวติดเสื้อติดคอ พะรุงพะรังไปอีก แต่ถ้าซื้อ Bluetooth ติดหมวกกันน็อค ที่มีขายทั่วไปก็ราคาหลักพันบาทถือว่าแพงเอาเรื่อง สิ่งที่บอกมาไม่ใช่เรื่องยากถ้าคิดจะ DIY Bluetooth ติดหมวกกันน็อค ทำเองก็ได้ ในราคาสุดคุ้ม และมีคุณภาพ

ขั้นตอนการทำ DIY Bluetooth ติดหมวกกันน็อค

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  1. Bluetooth – เป็นบลูทูธมิวสิคต์ แบบ Speaker Audio Adapter ที่มีหูฟังและไมโครโฟนแยกกับตัวเครื่อง ในราคาถูกๆ ย่อมเยาว์ก็ใช้งานได้แล้ว
  2. หูฟังคอมพิวเตอร์ – เลือกแบบราคาถูกๆ ใช้งานได้ หรือแบบที่มีอยู่แล้วก็ได้
  3. ชุดตัดต่อสายไฟ – บัดกรี คัตเตอร์ ท่อหด เทปพันสายไฟ

ขั้นตอนการทำ

  1. แกะแยกสายไฟด้านในไมโครโฟน ชุด Bluetooth – ทำการแกะให้เห็นวงจรสายไฟด้านในที่มี 4 สาย คือ 2 สายของไมค์ และ 2 สายของหูฟัง การดูสายไฟจะเห็นอย่างชัดเจนตามสีเส้นและตัวเชื่อมโยง แล้วตัดออกให้เหลือแต่สายไฟ
  2. ถอดชิ้นส่วนไมโครโฟนคอมพิวเตอร์ออกมา – ไมโครโฟนคอมพิวเตอร์เหมาะสำหรับสอดใต้หมวกกันน็อค เพราะมีขนาดโค้งเว้าเข้ากับหมวกกันน็อค ทีนี้จึงทำการแยกส่วนระหว่างไมโครโฟน กับ ลำโพงของหูฟัง
  3. เชื่อมสายไมโครโฟนคอมพิวเตอร์มาแทนไมโครโฟนของ Bluetooth – ทำการเชื่อมสายไฟของไมโครโฟนเข้ากับ Bluetooth ทำการบัดกรีและหุ้มด้วยท่อหดเพื่อความแข็งแรงของสายไฟ ตอนใช้ท่อหดอาจะใช้ไดร์เป่าผมเพื่อให้ท่อหดยึดหุ้มสายไฟ
  4. เชื่อมสายหูฟังคอมพิวเตอร์ต่อเข้ากับ Bluetooth – ทำเช่นเดียวกับการเชื่อมไมโครโฟน ใช้บัดกรีและท่อหดยึดตาม เพิ่มระยะสายไฟไว้ให้ยาวด้วยเพื่อวางตำแหน่งหูฟังไว้ในหมวกกันน็อค
  5. จัดตำแหน่งลำโพง และไมโครโฟนให้เรียบร้อย – วิธีจัดอาจใช้การขันน็อตหรือติดกาวสองด้านไว้ หากสายยาวควรสอดสายไฟไว้ใต้นวมหมวกกันน็อคเพื่อถนอมสายไฟและความปลอดภัยของผู้ใช้
  6. ติดตำแหน่ง Bluetooth ด้านนอกหมวกกันน็อค – ติด Bluetooth ด้านซ้ายมือ โดยติดเทปกาวสองหน้า หรือขันน็อตเพื่อยึดแน่นไม่หลุดปลิวเวลาขับรถ จากนั้นอย่าลืมทดสอบบลูทูธกับโทรศัพท์มือถือของคุณ

DIY Bluetooth ติดหมวกกันน็อค ทำเองได้ง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากเลย แถมยังราคาถูก ประหยัดงบได้อีกเยอะ หมดปัญหากับการรับสายโทรเข้า ให้คุณพูดคุยกับปลายสายได้ไม่ต้องจอดรถรับโทรศัพท์ และยังได้เพลิดเพลินกับการฟังเพลงระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย

Pioneer wiki

ประวัติความเป็นมาของ Pioneer เสียงโดนใจมั่นใจคุณภาพ

บริษัท Pioneer Corporation แต่เราคนไทยรู้จักกันดีในชื่อ Pioneer เป็น บริษัทข้ามชาติของประเทศญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของผลิตภัณฑ์ความบันเทิงแบบดิจิตอล ซึ่ง ก่อตั้งโดย Nozomu Matsumoto ในปี 1938 เปิดตัวในฐานะร้านซ่อมวิทยุและลำโพง ส่วนประธานคนปัจจุบันคือ Susumu Kotani โดยเป็นผู้บุกเบิกพัฒนา cable TV, เครื่องเล่น Laser Disc , เครื่องเล่นแผ่นเสียง ,  Compact Disc , stereo ติดรถยนต์ที่สามารถถอดออกได้เป็นครั้งแรก , คิดค้นเทคโนโลยี Supertuner อื่นๆอีกมากมาย

โดย Pioneer ได้ผลิตเครื่องเสียง คุณภาพดี ราคาโดนใจ คนไทยออกมากมายหลายรุ่น เช่น

  • Pioneer AVH-X8750BT
  • PIONEER AVH-Z1050DVD
  • Pioneer Z5050BT
  • AVH-Z7150BT เป็นต้น
  • x8850bt

โดยบริษัท Pioneer เต็มไปด้วยพนักงานที่พร้อมทุ่มเทและมีความภูมิใจหน้าที่ของตน รวมทั้งมีความพร้อมในการส่งสินค้าและบริการอย่างเป็นเลิศ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจอย่างสูงสุด พร้อมบริการด้วยความซื่อสัตย์ จึงทำให้เป็นที่ถูกใจของคนไทยตลอดมา โดยความเป็น Pioneer มาจากหลายปัจจัย เช่น มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม , มีความทนทานสูง , ให้เสียงอันไพเราะถูกใจ , มีราคาให้เลือกตามกำลังทรัพย์ , อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนไทยหลายคนเทใจให้ Pioneer

ความโดดเด่นของเครื่องเสียงติดรถยนต์ Pioneer   

  • กำลังขับสูงกว่าเครื่องเสียงที่ติดมาจากโรงงานมาก
  • พร้อมมอบฟังชันก์ในการใช้งานอันหลากหลาย ตอบสนองทุกความต้องการอันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นรองรับ Video streaming
  • กรวยลำโพงของ Pioneer ทุกรุ่น ถือกำเนิดมาจากการวิจัย รวมทั้งมีการพัฒนาต่อยอดจากในอดีต เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพให้ดีกว่าเดิม อีกทั้งสร้างมาจากวัสดุชั้นสูง ซึ่งทำให้ถ่ายทอดพลังเสียงได้อย่างทรงพลัง อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ถ้าเทียบกับวิทยุที่ติดมาจากโรงงาน Pioneer มอบคุณภาพเสียงที่มีความสมบูรณ์กว่า ทั้งในเรื่องของรายละเอียดหรือความชัดเจน
  • ทำการ Upgrade ระบบเสียงได้อย่างง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก เนื่องจากมีช่องสัญญาณ RCA ทำให้ต่อได้โดยตรงกับ Power amp รวมทั้งลำโพงมีคุณภาพดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มอารมณ์ในการฟังเพลงให้ทะยานถึงขีดสุด
  • การแสดงภาพบนหน้าจอ ให้ความละเอียดสูงถึง 2 MP
  • รองรับการเล่นไฟล์เพลงแบบ Flac และ VDO ขนาด 1080 P
  • ได้รับการออกแบบให้มีความทนทานต่อทุกสภาวะในขณะขับขี่รถยนต์ ไม่ว่าจะทั้ง ความร้อน , ฝุ่น , แรงสั่นสะเทือน
  • ผลิตจากโรงงานประเทศญี่ปุ่น
  • เลือกใช้ Chip ขยายเสียงคุณภาพเยี่ยม
  • มองการรับประกันให้ถึง 2 ปี ทั้งค่าบริการและค่าอะไหล่
  • ผ่านการวิจัย,พัฒนาตามหลักมาตรฐานสากล
  • เมนูบนหน้าจอได้รับการออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งาน

มาให้ความรู้วิธีต่อสายสัญญาณระบบเสียง PA ให้ถูกต้อง

ระบบเสียง PA นั้นหมายถึงระบบเสียงสาธารณะ มาจากคำเต็มภาษาอังกฤษว่า Public Address โดยการจะขยายพลังเสียงนั้นต้องมีอุปกรณ์หลักคือ สัญญาณขาเข้า โดยมีแหล่งกำเนิดต่างๆ เช่น ไมโครโฟน เครื่องเล่นซีดี วีซีดี หรือแหล่งกำเนิดอื่นๆ เข้ามา อาจมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น แล้วจึงส่งสัญญาณออกไปยัง สัญญาณขาออก ที่ทำหน้าที่กระจายเสียงนั้นออกไปให้ได้ยินทั่วกัน เช่น ลำโพง เป็นต้น ระบบเสียง PA นี้ทำให้ผู้คนได้ยินเสียงที่ชัดเจนขึ้น และเสียงที่เปล่งออกไปนั้นยังสามารถปรับแต่งให้มีคุณภาพ นุ่มนวล สนุกสนาน เพิ่มเติมลงไปได้ ขยายเสียงได้ในระยะไกล เหมาะกับการประกอบกิจกรรมที่มีผู้คนมาก มีพื้นที่กว้างขวาง

อุปกรณ์หลักในระบบเสียง PA ก็คือเครื่องขยายเสียง ซึ่งมีกำลังวัตต์เริ่มต้นที่ 10 วัตต์จนไปถึงหลายร้อยวัตต์ ยิ่งมีวัตต์สูง ยิ่งมีคุณภาพของพลังเสียงมาก เหตุที่เรียกว่าระบบเสียงสาธารณะเพราะว่าสามารถกระจายเสียงไปได้ไกลในพื้นที่กว้างให้ได้ยินทั่วกัน เช่น งานวัด งานโรงเรียน หนังกลางแปลง หอประชุม เป็นต้น โดยก่อนจะเปล่งเสียงออกไปให้ได้ยินทั่วกันนั้นต้องผ่านระบบกระจายเสียงที่เราเรียกว่าลำโพง นอกจากนั้นปัจจุบันยังมีระบบมิกเซอร์เข้ามาช่วยควบคุมให้เสียงมีคุณภาพ โดยเราสามารถปรับแต่งเองว่าอยากให้เสียงนั้นออกมาในลักษณะไหน เช่น ทุ้ม แหลม นุ่มนวล มีเอ็คโค่ เป็นต้น ตามแต่ลักษณะการใช้งาน

โดยทั่วไปนั้นการนำสัญญาณมาใช้ในระบบเสียง PA ที่นิยม มี 2 แบบ ได้แก่

  1. BALANCE SIGNAL

สายสัญญาณแบบ BALANCE SIGNAL จะมีการแยกสัญญาณบวกและลบออกจากกัน โดยจะมีสายกราวด์เข้ามาช่วยป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก ทำให้เสียงได้ที่ยินจะมีคุณภาพ ใส สะอาด ใช้สายสัญญาณหรือแจ็คทั้งหมด 3 สาย โดยมีแจ็คที่นิยมใช้ 2 แบบ ดังนี้

– XLR (EXTRA LOW RESISTANCE) เป็นสายสัญญาณชนิดที่ความต้านทานต่ำมาก ทำให้ลากสายไปได้ในระยะไกลโดยไม่มีสัญญาณรบกวน การต่อสัญญาณมีดังนี้ ขาที่ 1 กราวด์ , ขาที่ 2 สัญญาณชนิดบวกหรือ HOT SIGNAL
และขาที่ 3 สัญญาณชนิดลบหรือ COOL SIGNAL

– TRS (TIP RING SHEEVE) มีการต่อโดยสายที่ 1 SHEEVE เปรียบได้เสมือนสายกราวด์ สายที่ 2 TIP จะเป็นสัญญาณชนิดบวก และสายสัญญาณที่ 3 สาย RING จะเป็นสัญญาณชนิดลบ

  1. UNBALANCE SIGNAL

จะใช้สายสัญญาณหรือแจ็คทั้งหมด 2 สาย คือแจ็คแบบ PHONO และแบบ RCA การต่อสัญญาณแบบ UNBALANCE SIGNAL จะรวมเสียงบวกและลบเข้าด้วยกัน แล้วมีสายกราวด์ช่วยในการป้องกันสัญญาณรบกวน แต่หากเดินสายแบบไกลจะมีข้อเสียคือเสียงรบกวนของสายกราวด์จะมากกว่าแบบ BALANCE SIGNAL จึงเหมาะกับการใช้งานแบบเดินสายใกล้มากกว่า

JVC KWV41BT good car

JVC KW-V41BT เครื่องเสียงติดรถยนต์ระดับเทพจนต้องทึ่ง

หากจะกล่าวถึงเครื่องเสียงติดรถยนต์ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญคู่กับรถยนต์เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นออฟชั่นหนึ่งที่จะให้รถยนต์ดูดีมีระดับขึ้นก็ว่าได้ นอกจากนั้นเครื่องเสียงติดรถยนต์ยังช่วยให้ผู้ขับได้รีแลกซ์จากความตึงเครียดในการขับรถบนท้องถนน อาทิ ฟังเพลง ฟังวิทยุ ฟังข่าวสารต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญจำเป็น รถยนต์ของครอบครัวหากมีเครื่องเสียงอันมีหน้าจอมาด้วยก็จะทำให้สมาชิกตัวน้อยๆ ไม่เบื่อในการนั่งรถ โดยสามารถเปิดการ์ตูน หรือสิ่งอื่นเพื่อดึงความสนใจให้เขาได้ด้วย เรียกได้ว่าเครื่องเสียงติดรถยนต์มีประโยชน์รอบด้านทีเดียว

เครื่องเสียงที่ดีก็จะให้เสียงที่ฟังแล้วนุ่มละมุนหู มีคุณภาพ นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ประกอบมาด้วย และเชื่อว่าหนึ่งในยี่ห้อที่นักเล่นเครื่องเสียงทั้งหลายจะนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เลยนั่นก็คือ JVC เพราะความมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมไปทั่วโลกยาวนานถึงกว่า 50 ปี มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ให้ก้าวล้ำและตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของลูกค้าเสมอ ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก และหนึ่งในวิทยุเครื่องเสียงติดรถยนต์ของ JVC ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากนั่นก็คือ JVC รุ่น KW-V41BT